ค้นหา
  • info-comptia

5 ประเด็นด้านจริยธรรมในโลกเทคโนโลยีที่ควรระวังในปี 2021 นี้




ถ้าพูดถึงเรื่องของจรรยาบรรณในโลกธุรกิจแล้ว มันมักจะสร้างความฮือฮาอยู่เสมอ ปัญหาในเรื่องจรรยาบรรณ อย่างเช่น การปฏิบัติตัวของเราต่อผู้อื่น การใช้ข้อมูล การมีส่วนรวมกับพนักงาน การวางแผนทรัพยากรณ์ การใช้วิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อมมีผลต่อโลกรอบๆตัวเรา และ มุมมองของเราต่อธุรกิจต่างๆ จริงๆแล้วการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสม ย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาซึ่งปัญหาอีกมากมาย ทำให้องค์กรต่างๆ หรือ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft มักจะให้ความสำคัญต่อการตัดสินใจและการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม


ประเด็นด้านจริยธรรมที่สำคัญในโลกเทคโนโลยี


ธุรกิจต่างๆในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคหรือปัญหาด้านจริยธรรม การตัดสินใจที่สำคัญต่างๆย่อมเกิดขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังปกป้องความเป็นอิสระส่วนตัวของแต่ละบุคคลและการใช้งานข้อมูลอย่างเหมาะสม แล้วอะไรคือประเด็นทางด้านจริยธรรมที่คนให้ความสำคัญมากที่สุดในปี 2021 นี้?


การใช้งานของข้อมูลส่วนตัวอย่างไม่ถูกต้อง


ประเด็นขัดแย้งด้านจริยธรรมหลักๆในโลกที่เทคโนโลยีเป็นส่วนขับเคลื่อนที่สำคัญมักจะเกี่ยวกับการที่ธุรกิจนำข้อมูลส่วนตัวส่วนบุคคลไปใช้ ในขณะที่เราใช้งานอินเตอร์เน็ต ช็อปปิ้งออนไลน์ ใส่ข้อมูลของเราไปบนเว็ปไซต์ เข้าชมร้านค้าออนไลน์ หรือ การใช้งานโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนเท่ากับว่าเรากำลังเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเราอยู่ บริษัทต่างๆจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ เพื่อทำการสร้างประสบการณ์เข้าชมเว็ปไซต์แบบที่เหมาะสำหรับคุณโดยเฉพาะ แต่ว่าจริงๆแล้ว ขอบเขตมันอยู่ตรงไหนกันแน่ที่เราจะสามารถจำกัดการให้ข้อมูลส่วนตัวของเราได้


ข้อมูลส่วนตัว เปรียบเทียบก็เหมือนกับทอง เนื่องจากคุณค่าของมันที่สามารถมอบให้กับธุรกิจต่างๆที่พยายามเข้าถึงฐานผู้บริโภค มันถือเป็นเรื่องสำคัญมากต่อธุรกิจในปัจจุบันที่จะรู้ว่าตอนนี้ผู้คนกำลังสนใจสินค้าหรือคอนเทนต์อะไรอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลเหล่านี้จึงถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อที่แต่ละธุรกิจสามารถสร้างเงินได้มากขึ้น เฟสบุคเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เจอประเด็นด้านจริยธรรมหลายๆครั้งเนื่องจาก เฟสบุคได้มีการขายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่อธุรกิจต่างๆ


การใช้งานข้อมูลแบบผิดๆ และ Deep Fakes


เมื่อก่อนเราเคยเชื่อว่าวิดีโอมักจะบอกเล่าเรื่องราวที่มีรากฐานมาจากความจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยี Deepfake สามารถทำให้ภาพดิจิทัลหลอกคนดูว่าคนๆหนึ่งกำลังพูดหรือทำสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ศักยภาพในการบุกรุกความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิดนั้นเกิดมาจากการใช้งานของเทคโนโลยีตัวนี้ค่อนข้างมากในปัจจุบัน


การขาดการยอมรับในด้านความรับผิดชอบ


บริษัทส่วนใหญ่ดำเนินการโดยการใช้ hybrid stack ซึ่งประกอบไปด้วยการร่วมมือระหว่างเทคโนโลยีของบริษัทอื่นและเทคโนโลยีของบริษัทนั้น ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดความสับสนว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องการกำกับดูแล การใช้ big data ข้อกังวลด้าน cybersecurity และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้หรือ PII แท้จริงแล้วนี่เป็นความรับผิดชอบของใครในการยืนยันให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการปกป้อง? หากคุณว่าจ้างบุคคลที่สามสำหรับซอฟต์แวร์ที่ประมวลผลการชำระเงิน คุณจำเป็นต้องเป็นผู้รับผิดชอบหรือไม่หากมีการละเมิดรายละเอียดของบัตรเครดิต? ความจริงก็คือมันเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ธุรกิจจำเป็นต้องนำมุมมองที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบไปใช้ ในทำนองเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเรียกร้องให้มีแนวทางธรรมาภิบาลในระดับสากล โดยโต้แย้งว่าการรักษาความปลอดภัยระดับท้องถิ่นส่งผลในเรื่องการสร้างนโยบายที่แตกหักและการจัดการข้อมูลอย่างไม่ถูกต้องในวงกว้าง เช่นเดียวกับ climate change ที่เราต้องร่วมมือกันหากเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง


การใช้งานของ AI


Artificial intelligence สามารถนำเสนอศักยภาพทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ณ จุดไหนที่ระบบ AI กำลังข้ามเส้นด้านจริยธรรมไปสู่ดินแดนอันตราย?

  • Facial recognition : การใช้งานของซอฟต์แวร์เพื่อค้นหาบุคคลอาจกลายเป็นปัญหาที่ไร้จริยธรรมได้อย่างรวดเร็ว จากรายงานของ NY Times พบว่า มีหลายๆข้อกังวลเกี่ยวกับ faccial recognition เช่น การใช้งานในทางที่ผิด อคติทางเชื้อชาติ และการจำกัดด้านเสรีภาพส่วนบุคคล ความสามารถในการติดตามการเคลื่อนไหวและกิจกรรมได้กลายเป็นการขาดความเป็นส่วนตัว facial recognition ยังไม่สามารถเข้าใจได้แบบมนุษย์ ซึ่งอาจนำไปสู้การสร้างอคติได้ในบางสถานการณ์

  • Replacement of jobs : แม้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่ AI นั้นมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มระบบอัตโนมัติของงานแบบ low-level ในสถานการณ์ต่างๆเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรบุคคลในงานแบบเชิงกลยุทธ์และซับซ้อนมากขึ้น การเข้ามาแทนที่ของ AI ในวงกว้างทำให้คนงานจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของงานของพวกเขา แต่ AI มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การสร้างงานมากกว่า

  • การติดตามสุขภาพ : การระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้เปลี่ยนการติดตามแบบ contact tracing ให้มามีบทบาทสำคัญ การติดตามสถานะสุขภาพของผู้คนจริงๆแล้วถือเป็นเรื่องที่มีจริยธรรมหรือไม่? และสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อข้อจำกัดที่เรากำหนดไว้กับพวกเขาอย่างไร?

  • อคติต่อเทคโนโลยี AI : เทคโนโลยีถูกสร้างขึ้นมาโดยโปรแกรมเมอร์และได้มีการสืบทอดอคติของผู้สร้างเพราะมนุษย์มีอคติโดยธรรมชาติ “เทคโนโลยีมีข้อบกพร่องโดยธรรมชาติ มันสำคัญหรือไม่ว่าใครเป็นผู้พัฒนาอัลกอริธึม? ระบบ AI เรียนรู้การตัดสินใจโดยอิงจาก training และ coding data ซึ่งอาจเกิดการเสื่อมเสียจากอคติของมนุษย์หรือสะท้อนความไม่เท่าเทียมทางประวัติศาสตร์หรือทางสังคม” จากการรายงานของ Forbes นักพัฒนา AI ชั้นนำอย่าง Google ยังประสบปัญหาโดยที่ซอฟต์แวร์ AI เชื่อว่าพยาบาลชายและนักประวัติศาสตร์หญิงนั้นไม่มีอยู่จริง

Autonomous Technology


รถยนต์แบบไร้คนขับ อาวุธหุ่นยนต์ และ service drone ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของปัจจุบันที่มาพร้อมกับประเด็นขัดแย้งทางจริยธรรม เครื่องจักรหุ่นยนต์แทนทหารมนุษย์ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างมาก ควบคู่ไปกับรถยนต์แบบไร้คนขับและการส่งพัสดุผ่านโดรนไร้คนขับ


Autonomous technology อัดแน่นไปด้วยศักยภาพทางธุรกิจ แต่ก็ยังมีความกังวลที่มาจากการอนุญาตให้เทคโนโลยีที่มีการตั้งโปรแกรมไว้ทำงานโดยไม่จำเป็นต้องมีการกำกับดูแล ซึ่งก็คือข้อกังวลด้านจริยธรรม ที่บ่อยครั้งเราไว้วางใจเทคโนโลยีของเรามากเกินไปโดยไม่ได้เข้าใจมันอย่างแท้จริง


​​

หลักจริยธรรมในโลกเทคโนโลยี


แตกต่างไปจากจริยธรรมทางธุรกิจ จริยธรรมในโลกเทคโนโลยีคือการสร้างความมั่นใจว่าจะต้องมีความสัมพันธ์ทางศีลธรรมระหว่างเทคโนโลยีและผู้ใช้


การให้ความเคารพลูกจ้างและลูกค้า


ธุรกิจต่างๆที่มีส่วนร่วมในเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญด้านจริยธรรมมักจะเน้นศีลธรรมต่อสิทธิ์ของพนักงานและการคุ้มครองลูกค้า ข้อมูลนั้นมีค่า แต่พนักงานและลูกค้าที่ขับเคลื่อนธุรกิจของคุณนั้นถือเป็นทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย คุณต้องคอยดูแลเพื่อความคุ้มครองต่อพนักงานและลูกค้าในการปฏิบัติตามเทคโนโลยีที่มีจริยธรรมอยู่เสมอ


การใช้งานข้อมูลอย่างมีศีลธรรม


ข้อมูลเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับธุรกิจต่างๆอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมันจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถกำหนดเป้าหมายของกลยุทธ์ทางการตลาดและปรับแต่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ แต่มันก็อาจเป็นล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว ถ้าหากพิจารณาด้านจริยธรรมควบคู่ไป มาตรการการปกป้องข้อมูลและการปฏิบัติตามขั้นตอนกฎระเบียบจะสามารถช่วยให้แน่ใจว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลหรือใช้อย่างไม่เหมาะสม



การนำไปปรับใช้ของ Disruptive Tech อย่างมีศีลธรรม

Disruptive tech มักจะไม่ใช่แค่วิธีที่จะแซงหน้าคู่แข่ง แต่เป็นวิธีเดียวที่จะเสมอคู่แข่ง แต่การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องตรงกับความท้าทายด้านจริยธรรมเพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีที่คุณใช้มีการป้องกัน และคุณจะสามารถสร้างเทคโนโลยีที่มีจริยธรรมได้เป็นอย่างดี


สร้างวัฒนธรรมของการรับผิดชอบ


ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี หากพนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเชื่อว่าพวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามหลักจริยธรรม เราจะเห็นการกำกับดูแลและการใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

ประเด็นขัดแย้งทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


ปัญหาจริยธรรมใหม่ๆที่เกี่ยวข้องการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมักเกิดขึ้นเสมอๆ เราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อใดถูกต้องที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในชีวิตจริง และเมื่อใดกำลังขัดขวางสิทธิมนุษยชนอยู่?

  • การติดตามสุขภาพและภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางดิจิทัล : องค์กรต่างๆควรจะสามารถสร้างรหัสฝาแฝดของคุณและทดลองกับมันเพื่อพัฒนาความคิดริเริ่มด้านการดูแลสุขภาพหรือไม่? และเมื่อไหร่ที่มันจะกลายมาเป็นแนวปฏิบัติของการแสวงประโยชน์?

  • Neurotechnology and privacy : Neurotechnologyไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่ความก้าวหน้าใหม่ๆทำให้การใช้เทคโนโลยีค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรูปแบบความคิดที่ทำให้เกิดคำถามที่รุนแรงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

  • Genetic engineering : ในขณะที่ Genetic engineering มีศักยภาพที่ดีต่อสุขภาพของมนุษย์และการฟื้นตัวจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่อาจสร้างความเสียหาย แต่มันก็มีข้อพิจารณาด้านจริยธรรมมากมายที่ล้อมรอบการแก้ไขจีโนมของมนุษย์อยู่

  • Weaponization of technology : แม้ว่าโอกาสสำหรับการเสียชีวิตจะลดลง แต่ก็ยังมีปัญหาทางด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการสร้างอาวุธ นั่นก็คือ เราจะสามารถไว้วางใจเทคโนโลยีของเราในการต่อสู้กับสงครามเพื่อเราได้มากแค่ไหน?


การตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมในเทคโนโลยีไม่ควรนำมาพิจารณาอย่างผิวเผิน หากเราเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยแก้ปัญหาของโลกได้ การจัดการเกี่ยวกับปัญหาด้านจริยธรรมคงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราแก้ปัญหาอื่นๆได้


ดู 82 ครั้ง0 ความคิดเห็น